วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

  ครั้งที่10

บันทึกอนุทิน
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ
เวลาเรียน  08.30 - 12.30  น.  ห้อง  233            



 ความรู้ที่ได้รับ
      
                    แผนการสอนคือ การวางแผนการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งมีเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอน และวิธีวัดผลประเมินผลที่ชัดเจน
ความสำคัญของแผนการจัดการเรียนรู้
สุพล วังสินธ์ (2536 : 56) กล่าวว่า แผนการจัดการเรียนรู้เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งสรุปความไว้ ดังนี้
1. ทำให้เกิดการวางแผนวิธีเรียนที่ดี ผสมผสานความรู้และจิตวิทยาการศึกษา
2. ช่วยให้ครูมีคู่มือการสอนที่ทำด้วยตนเองล่วงหน้ามีความมั่นใจในการสอน
3. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในด้านของหลักสูตร วิธีสอนการวัดผลและ
ประเมินผล
4. เป็นคู่มือสำหรับผู้มาสอนแทน
5. เป็นหลักฐานแสดงข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรง เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา
6. เป็นผลงานทางวิชาการแสดงความชำนาญความเชี่ยวชาญของผู้ทำ
ลักษณะที่ดีของแผนการจัดการเรียนรู้
สมนึก ภัททิยธนี (2546 : 5) ได้กล่าวถึงลักษณะที่ดีของแผนต้องมีขั้นตอน ดังนี้
1. เนื้อหาต้องเขียนเป็นรายคาบ หรือรายชั่วโมงตารางสอน โดยเขียนให้
สอดคล้องกับชื่อเรื่องให้อยู่ในโครงการสอน และเขียนเฉพาะเนื้อหาสาระสำคัญพอสังเขป (ไม่ควรบันทึกแผนการสอนอย่างละเอียดมาก ๆ เพราะจะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย)
2. ความคิดรวบยอด (Concept) หรือหลักการสำคัญ ต้องเขียนให้ตรงกับเนื้อหาที่
จะสอนส่วนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเรื่องครูต้องทำความเข้าใจในเนื้อหาที่จะสอนจนสามารถเขียนความคิดรวบยอดได้อย่างมีคุณภาพ
3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ต้องเขียนให้สอดคล้อง กลมกลืนกับความคิดรวบ
ยอด มิใช่เขียนตามอำเภอใจไม่ใช่เขียนสอดคล้องเฉพาะเนื้อหาที่จะสอนเท่านั้นเพราะจะได้เฉพาะ
พฤติกรรมที่เกี่ยวกับความรู้ความจำ สมองหรือการพัฒนาของนักเรียนจะไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
4. กิจกรรมการเรียนการสอน โดยยึดเทคนิคการสอนต่างๆ ที่จะช่วยให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้
5. สื่อที่ใช้ควรเลือกให้สอดคล้องกับเนื้อหา สื่อดังกล่าวต้องช่วยให้นักเรียนเกิด
ความเข้าใจในหลักการได้ง่าย
6. วัดผลโดยคำนึงถึงเนื้อหา ความคิดรวบยอด จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและช่วง
ที่ทำการวัด (ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน) เพื่อตรวจสอบว่าการสอนของครูบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
ประโยชน์ของแผนการจัดการเรียนรู้
ถ้าครูได้ทำแผนการสอนและใช้แผนการสอนที่จัดทำขึ้น เพื่อนำไปใช้สอนในคราวต่อไป แผนการสอนดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. 2544 : 134)
1. ครูรู้วัตถุประสงค์ของการสอน
2. ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยความมั่นใจ
3. ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
4. ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ
5. ถ้าครูประจำชั้นไม่ได้สอน ครูที่มาทำการสอนแทนสามารถสอนแทนได้ตาม
จุดประสงค์ที่กำหนด
การวางแผนการจัดการเรียนรู้
การวางแผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การตีความหมายของหลักสูตร และการกำหนดรายละเอียดของหลักสูตรที่จะต้องนำมาจัดการเรียนการสอน ให้แก่ผู้เรียน ผลจากการวางแผนจะได้
คู่มือที่ใช้เป็นแนวทาง เรียกว่ากำหนดการสอน ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการ
การประถมศึกษาแห่งชาติ. 2544 : 27)
1. ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร ได้แก่ หลักการ จุดหมาย โครงสร้าง เวลาเรียนแนว
ดำเนินการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตอบสนองจุดประสงค์การเรียนรู้ และจุดมุ่งหมายของหลักสูตร การวัดและการประเมินการเรียน คำอธิบายในแต่ละกลุ่มประสบการณ์ ซึ่งระบุเนื้อหาที่ต้องให้นักเรียนได้เรียน ตามลำดับขั้นตอนกระบวนการที่ต้องให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้
2. ศึกษาความสอดคล้องสัมพันธ์กันกับองค์ประกอบแต่ละส่วนของหลักสูตร
3. ลำดับความคิดรวบยอดที่จัดให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นได้เรียนรู้ก่อนหลัง โดย
พิจารณาขอบข่ายเนื้อหา และกิจกรรมที่กำหนดไว้ในคำอธิบายรายวิชา
4. กำหนดผลที่ต้องการให้เกิดกับนักเรียน เมื่อได้เรียนรู้ความคิดรวบยอดแต่ละ
เรื่องแล้ว
5. กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้ในคำอธิบาย
รายวิชา หรืออาจพิจารณาจากกิจกรรมที่เหมาสมกับเนื้อหาสาระ
6. กำหนดเวลาเรียนให้เหมาะสมกับขอบข่ายเนื้อหาสาระหรือความคิดรวบยอด
จุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมที่กำหนดไว้
7. รวบรวมรายละเอียดตามกิจกรรมข้อ 16 จัดทำเป็นเอกสารที่เรียกว่ากำหนด
การสอนหรือแนวการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ใช้เป็นแนวทางในการเตรียมแผนการสอนต่อไป
การเตรียมการสอนและการปฏิบัติการสอน
การเตรียมการสอนเริ่มด้วยการจัดทำแผนการสอน ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผน มาสร้าง
เป็นแผนการสอนย่อยๆ องค์ประกอบที่สำคัญของแผนการสอน ควรมีดังนี้ (สำลี รักสุทธี และคณะ.
2541 : 7)
1. สาระสำคัญ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
3. เนื้อหา
4. กิจกรรมการเรียนการสอน
5. สื่อการเรียนการสอน
6. การวัดและประเมินผลการเรียน
รายละเอียดแผนการเรียนรู้
แผนการเรียนรู้ (Lesson Plan) ประกอบด้วย 9 หัวข้อ โดยการบูรณาการของหน่วยศึกษานิเทศก์ (สำลี รักสุทธี และคณะ. 2541 : 136137)
1. สาระสำคัญ (Concept) เป็นความคิดรวบยอดหรือหลักการของเรื่องหนึ่งที่
ต้องการให้เกิดกับนักเรียน เมื่อเรียนตามแผนกาสอนแล้ว
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) เป็นการกำหนดจุดประสงค์ที่
ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อเรียนจบตามแผนการสอนแล้ว
3.จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective)เป็นเนื้อหาที่จัดกิจกรรมและต้องการให้นักเรียนเกิดการ
เรียนรู้
4. กิจกรรมการเรียนการสอน (Instructional Activities) เป็นการสอนขั้นตอนหรือ
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งนำไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนด
5. สื่อและอุปกรณ์ (Instructional Media) เป็นสื่อ และอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรม
การเรียนการสอน ที่กำหนดไว้ในแผนการสอน
6. การวัดผลและประเมินผล (Measurement and Evaluation) เป็นการกำหนด
ขั้นตอนหรือวิธีการวัดและประเมินผล ว่านักเรียนบรรลุจุดประสงค์ตามที่ระบุไว้ในกิจกรรมการเรียน
การสอน แยกเป็นก่อนสอน ระหว่างสอน และหลังสอน
7. กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมที่บันทึกการตรวจแผนการสอน
8. ข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชา เป็นการบันทึกตรวจแผนการสอนเพื่อเสนอ
แนะหลังจากได้ตรวจสอบความถูกต้อง การกำหนดรายละเอียดในหัวข้อต่างๆ ในแผนการสอน
9. บันทึกการสอน เป็นการบันทึกของผู้สอน หลังจากนำแผนการสอนไปใช้แล้ว
เพื่อเป็นการปรับปรุงและใช้ในคราวต่อไป มี 3 หัวข้อ คือ
9.1 ผลการเรียน เป็นการบันทึกผลการเรียนด้านสุขภาพและปริมาณทั้ง
3 ด้าน คือด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ซึ่งกำหนดในขั้นกิจกรรมการเรียนการสอนและ
การประเมิน
9.2 ปัญหาและอุปสรรค เป็นการบันทึก ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น
ในขณะสอน ก่อนสอน และหลังทำการสอน
9.3 ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข เป็นการบันทึกข้อเสนอแนะเพื่อ
แก้ไขปรับปรุงการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ บรรลุจุดประสงค์ของบทเรียนที่หลักสูตรกำหนด
รูปแบบของแผนการเรียนรู้

คำศัพท์
ความคิดรวบยอด (Concept) 
แผนการเรียนรู้ (Lesson Plan)  
สาระสำคัญ (Concept)
จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective)
กิจกรรมการเรียนการสอน (Instructional Activities)
สื่อและอุปกรณ์ (Instructional Media)
การวัดผลและประเมินผล (Measurement and Evaluation)


การประเมินการเรียนการสอน

ตนเอง       ตั้งใจฟังอาจมีคุยกับเพื่อนบ้าง
เพื่อน        ตั้งใจเรียนอาจมีการคุยกันบ้าง
อาจารย์     มีการสรุปเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ อธิบายเพิ่มเติม และมีการยกตัวอย่าง


ครั้งที่9

บันทึกอนุทิน
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ
เวลาเรียน  08.30 - 12.30  น.  ห้อง  233


เครื่องบินกระดาษ
อุปกรณ์
1.กระดาษ
2. กรรไกร


วิธีทำและการเล่น







ประโยชน์
  1. ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย
  2. มีวิธีทำที่ไม่ยากเด็ก ๆ สามารถทำได้เอง


รายชื่อสื่อของเพื่อนในห้อง

1.ไก่กระต๊าก               11.กล้องส่องทางไกล                 21.ลูกข่างหรรษา
2.ขวดผิวปาก              12.กล่องลูกโป่ง                          22.นาฬิกาน้ำ
3.กระป๋องโยกเยก       13.หลอดหมุนได้                         23.เสียงโป๊ะ
4.ดินสอกังหันลม        14.ตุ๊กตาล้มลุก                            24.ปืนลูกโป่ง
5.หลอดปั๊มน้ำ             15.ลุกปิงปองหมุน                       25.หนูน้อยกระโดดร่ม
6.ไหมพรหมเต้นระบำ  16.เรือลอยน้ำ                              26.ขวดหนังสติ๊ก
7.เหวี่ยงมหาสนุก        17.รถพลังลม                               27.คลื่นทะเลในขวด
8.รถแข่ง                     18.แท่งยิงลูกบอลจากไอติม          28.เครื่องล่อนวงแหวน
9.หนังสติ๊กหรรษา        19.หลอดเสียงสูงต่ำ                     29.โทรศัพท์จากแก้วพลาสติก
10.ลานหรรษา            20.แม่เหล็กตกปลา                      30.เชียร์ลีดเดอร์


 การประเมินการเรียนการสอน

ตนเอง       ตั้งใจฟังอาจมีคุยกับเพื่อนบ้าง
เพื่อน        ตั้งใจเรียนอาจมีการคุยกันบ้าง
อาจารย์     มีการสรุปเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ อธิบายเพิ่มเติม และมีการยกตัวอย่าง





ครั้งที่8

บันทึกอนุทิน
วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ

เวลาเรียน  08.30 - 12.30  น.  ห้อง  233


ครั้งที่7

บันทึกอนุทิน
วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ
เวลาเรียน  08.30 - 12.30  น.  ห้อง  233




1.บทความเรื่องแสงสีกับชีวิตประจำวัน
ในชีวิตประจำวันของเรานั้น มีอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเราเสมอ เรื่องนี้อาจจะทำให้เราเห็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่มีตาที่ดีเหมือนงูหรือแมลงบางชนิด นั่นก็คือเรื่องของแสงสี ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด "แสงสี" ซึ่งถ้าใครที่เรียนศิลปะมาแล้วจะคุ้นกับคำว่าแม่สีมากกว่า แต่แสงสีกับแม่สีคนละอย่างกัน
แม่สีประกอบด้วยสามสี คือ แดง น้ำเงิน และเหลือง ซึ่งจะทำให้เราผสมแม่สีเหล่านั้นแล้วกลายมาเป็นสีอื่นๆ ตามความต้องการได้ แต่แสงสีเราจับต้องไม่ได้ เราจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อมันไปกระทบกับอะไรสักอย่างซึ่งเราจะเรียกว่าฉาก เมื่อแสงสีไปกระทบกับฉากจึงจะมองเห็นแสงสีนั้น

             แม่ของแสงสีมีทั้งหมด 3 แสงสีด้วยกัน คือแสงสีแดง แสงสีน้ำเงินและแสงสีเขียว ทำไมมีแค่สามแสงสี นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองแล้วว่า แสงสีต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนั้นเกิดจากการผสมกันของแสงสีทั้งสามนี้ทั้งสิ้น แล้วแสงสีเหล่านี้มาจากที่ไหน คำตอบก็คือดวงอาทิตย์นั่นเอง เพราะดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ให้ทั้งความร้อนและความสว่างแก่โลก ความสว่างนั่นเองก็คือแสง แต่ที่เรามองไม่เห็นแสงสีของอาทิตย์เพราะว่า แสงสีที่มาจากดวงอาทิตย์นั้นเป็นแสงขาว ที่เรียกแสงขาวก็เพราะแสงอาทิตย์ไปกระทบกับฉากสีขาวก็จะเป็นสีขาวนั่นเอง ขณะที่แสงสีแดงตกกระทบฉากสีขาว เราจะมองเห็นเป็นสีแดง เราก็เรียกแสงสีแดงนั่นเอง แต่ถ้าเราเอาแสงสีเขียวและแสงสีแดงปริมาณเท่าๆกันไปฉายผสมกันในจอสีขาวเราจะมองเห็นเป็นสีเหลือง หมายความว่า แสงสีเหลืองที่เราเห็นเกิดจากการรวมกันของแสงสีแดงและแสงสีเขียวในปริมาณที่เท่ากัน
        
2.บทความเรื่องเงามหัศจรรย์
พูดถึง เงาผู้ใหญ่อย่างเราๆ คงจำได้ว่าตอนเป็นเด็กนั้น เราตื่นเต้นกับการเล่นเงามากแค่ไหน เราอยากรู้ซะเหลือเกินว่า เงาเกิดขึ้นได้อย่างไร เงาเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเราซะจริงๆ

เมื่อโตขึ้น แล้วย้อนกลับไปมองเด็กๆ กับเงา เสน่ห์ของเงา ความมหัศจรรย์ของเงาที่มีต่อเด็กๆ ยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง และหากเราใช้ เงาให้เป็น เงาจะก่อประโยชน์ให้เด็กๆ อย่างที่เราคิดไม่ถึงทีเดียว

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของเด็กอย่าง ดร.วรนาท รักสกุลไทย  ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (แผนกอนุบาล)  ได้ให้ความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า...

เรื่องราวของ เงาเกี่ยวข้องกับการทำงานของแสง  เด็กๆ แม้แต่ผู้ใหญ่หลายๆ คนก็ต้องอึ้งไปเหมือนกัน  เวลาจะอธิบายว่า เงาเกิดขึ้นได้อย่างไร’  ตอนเด็กๆ จำได้ว่าอยากได้คำอธิบายมากว่า ทำไมเงามีรูปร่างเหมือนวัตถุที่ทำให้เกิดเงา’  จนมีการทดลองเรื่องแสงส่องผ่านอะไรได้บ้าง  จึงเกิดความคิดรวบยอด และสรุปได้ว่าเงาคือส่วนที่มืดซึ่งเกิดจาการมีวัตถุไปขวางกั้นแสง ทำให้มองเห็นเป็นรูปร่างของวัตถุนั้น  ต่อมาเมื่อเรียนฝึกหัดครูปฐมวัยได้เรียนเรื่องการเล่านิทานโดยใช้เงามือ ก็ยิ่งคิดว่าเงาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย

                  เด็กๆ เรียนรู้อะไรจากเงา

                 วิทยาศาสตร์ : ความรู้พื้นฐานเรื่องแสง และทักษะการสังเกตรูปร่างของเงาที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะทักษะการสืบค้นและหาข้อสรุป
                 คณิตศาสตร์ :  ความรู้พื้นฐานเรื่อง รูปทรง  ขนาด  จำนวน  มิติสัมพันธ์ และการวัด เช่น การวัดเงาส่วนสูงของตนเองและเพื่อนๆ
                ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ :  จากการคิดสร้างเงารูปแปลกๆ คิดสร้างเรื่องหรือสิ่งใหม่ๆ จากเงาที่เห็น
               ภาษาและการสื่อสาร : ได้จากการแต่งเป็นนิทานและคำคล้องจอง
                เรียกว่าการเรียนรู้เหล่านี้มาจากการทำงานของสมองล้วนๆ ขณะที่เล่นกับเงาสมองของลูกทำงานอย่างปรู๊ดปร๊าดทีเดียว

3.บทความเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Conservation) หมายถึง การรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ต่อมหาชนมากที่สุด และใช้ได้เป็นระยะเวลานานมากที่สุด ทั้งนี้จะต้องให้มีความสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์น้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนั้นให้คุ้มค่ามากที่สุด หรือเรียกว่าการใช้อย่างยั่งยืน สาเหตุที่ต้องมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะผลสืบเนื่องจากการเพิ่มประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดการร่อยหรอของทรัพยากรธรรมชาติ อันนำมาซึ่งปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชนทั้งในเขตเมืองบและชนบท นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคง และมั่งคั่งของประชาชน ในชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้น จะต้องมีนโยบายในการควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด คำนึงถึงผลได้ผลเสียอย่างถี่ถ้วน โดยการพิจารณาตามหลักวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกจังหวะและความต้องการของสังคม ทั้งนี้เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นมรดกอันมหาศาล ที่ธรรมชาติให้ไว้ เพื่อมนุษย์ได้ใช้ในการดำรงชีวิต จึงจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อมิให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะในการอนุรักษ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั้งในเมืองและชนบท ดังนั้น ในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด จะต้องไม่แยกมนุษย์ออก จากสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม หรือสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

4.บทความเรื่องวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเรา ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ส่งผลให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นและมีความเข้าใจเกี่ยวกับการโภชนาการ ผลจากการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรามีความเป็นอยู่อย่างสะดวกสบาย เช่นเราจะรู้สึกว่าไม่มีความสุขหากอากาศร้อนมากวิทยาศาสตร์ช่วยให้เรามีพัดลมหรือแอร์ เราได้รับความบันเทิงทางเทคโนโลยีเช่นทีวี วิทยุ เป็นต้น เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายเรียกใช้ข้อมูลประมวลความรู้และสื่อสารข้อมูลไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วจากเครื่องคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ช่ายให้เราเข้าใจตัวเองและโลกรอบตัว ความยิ่งใหญ่และความซับซ้อนของธรรมชาติทำให้เราพยายามอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจและแสวงหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวในจักรวาล ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราเกิดความตระหนักมากขึ้นและพยายามที่เขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล

5.บทความเรื่องการทดลองวิทยาศาสตร์
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ (Science experiment) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ความคิดรวบยอดในเรื่องที่เรียนรู้ ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาคำตอบจากการปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ผ่านประสบการณ์ตรงที่เป็นรูป ธรรม เน้นขั้นตอนการคิด การค้นคว้า การทดลอง และการสรุปผล จากการเรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเป็นกระ บวนการจนพบความรู้ ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความจำเป็นในการแสวง หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คือ มีพฤติกรรมที่แสดงถึงความสามารถหรือความชำนาญที่เกิดจากการปฏิบัติหรือฝึกฝนกระ บวนการคิดอย่างเป็นระบบ โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการรับรู้ การค้นหาความรู้และแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะเบื้องต้นที่มีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันเหมาะสมกับเด็กในช่วงปฐมวัย ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการวัด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการลงความเห็น และทักษะการพยากรณ์

ความรู้ที่ได้รับ 
         การประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยนั้นควรคำนึงถึง การฝึกทักษะในแต่ละวัน ควรมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับของเล่น และไม่ยากเกิน ความสามารถของเด็ก ให้เด็กได้ลองปฎิบัติด้วยตนเองและไม่เกินความเป็นจริง


คำศัพท์ 
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ (Science experiment)
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Conservation)


การนำไปประยุกต์ใช้ 
นำมาประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิตและการนำไปสอนต่อไป

การประเมินการเรียนการสอน 
ตนเอง       ตั้งใจฟังอาจมีคุยกับเพื่อนบ้าง
เพื่อน        ตั้งใจเรียนอาจมีการคุยกันบ้าง
อาจารย์     มีการสรุปเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ อธิบายเพิ่มเติม และมีการยกตัวอย่าง

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ครั้งที่6
บันทึกอนุทิน
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557
วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ
เวลาเรียน  08.30 - 12.30  น.  ห้อง  233


   กิจกรรม กังหันกระดาษ 

อุปกรณ์   
   
 1 กระดาษA4
      2 คลิปหนีบกระดาษ


ขั้นตอนการทำ
                                                                           
ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
        
-พับครึ่งของกระดาษ
        
-ตัดกระดาษตรงกึ่งกลางเข้ามาจนถึงรอยพับแรก
           
- พับตรงปลายกระดาษเล็กน้อยแล้วก็หนีบคลิปไว้

    
- ตกแต่ง ระบายสีให้สวยงาม



mind map หน่วยการเรียนรู้ต่างๆ
อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มนำ mind map มานำเสนอกลุ่มผมทำเรื่อง ผลไม้



กลุ่มต่างๆ








 











การนำไปประยุกต์ใช้

สามารถนำกิจกรรมนี้ไปใช้เด็กในการสอนและสามารถทำกิจกรรมกับเด็กได้คืออาจารย์มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วย 


การประเมินตนเอง

ตนเอง      :      85%   เข้าใจเนื้อหา

อาจารย์    :     100%  เข้าสอนตรงเวลา  สอนเนื้อหาเข้มข้นกระชับเข้าใจ

เพื่อน       :      100%  อธิบายความรู้ที่เรียนให้ฟังอย่าง  มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน


 ครั้งที่ 5
บันทึกอนุทิน
                                                 วันที่  18 กันยายน พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ

เวลาเรียน  08.30-12.30 น. ห้อง233

กิจกรรมในชั้นเรียน
ชื่อกิจกรรม พลิกไป พลิกมา ภาพนี้สวยจัง

อุปกรณ์ในการทำ     
                                 1 กระดาษA4
                        2 สีไม้ หรือสีเมจิก
                        3 ไม้ลูกชิ้น หรือไม้ตะเกียบ
                        4 กาว

วิธีการทำสื่อ 

1.ตัดกระดาษเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
 2.พับครึ่งกระดาษแล้ววาดรูปตามใจแต่ต้องสัมพันธ์กัน
 4.ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นติดไว้ที่กึ่งกลางแล้วเอาเทปกาวแปะให้แน่น
 5.เมื่อหมุนจะเกิดรูปภาพที่สัมพันธ์กัน






การนำไปประยุกต์ใช้
-สามารถนำมาเป็นสื่อการเรียนการสอน
              -สามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ในการสอนการใช้ศิลปะ
  -สามารถนำไปในการสอนวิทยาศาสตร์ได้

การประเมินตนเอง

ตนเอง      :      85%   เข้าใจเนื้อหา


 อาจารย์    :     100%  เข้าสอนตรงเวลา  สอนเนื้อหาเข้มข้นกระชับเข้าใจ


เพื่อน       :      100%  อธิบายความรู้ที่เรียนให้ฟังอย่าง  มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน
ครั้งที่ 4

วันที่  11 กันยายน พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
 
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา    สุขสำราญ
   
เวลาเรียน  08.30-12.30 น. ห้อง233


ทักษะวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้สรุปเป็น Mind Map ได้ดังนี้

เกร็ดความรู้

เด็กเลือกทํากิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจ ความพอใจ และ
ตอบสนองความอยากรู้ อยากเห็น ตามวัยของเด็ก ย่อมช่วย
สร้างเสริมประสบการณ์ต่างๆ ซึงได้กล่าวถึงความสําคัญดังนี

 -เด็กได้มีโอกาสใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพือ
สังเกต สิงแวดล้อมทีอยู่รอบตัวเด็ก
-  เด็กได้มีความสนใจอยากรู้ อยากเห็น สิงแวดล้อมรอบตัว ซึง
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวัน
-เด็กมีโอกาสใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า
-เด็กสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ และค้นพบคําตอบทีสงสัย
-เด็กยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นผู้นํา และผู้ตามทีดีได้

    -เด็กได้พัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพที่ตนมีอยู่อย่างมีคุณภาพ
และมีความก้าวหน้าทางความคิด
     -เด็กได้นําการคิดมาเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้ และ
การหาคําตอบ
-เด็กมีความกระตือรือร้นทีจะพิสูจน์ให้ได้มาซึ้งคําตอบทีตน
อยากรู้
-เด็กได้พัฒนาทักษะทีจําเป็นในชีวิตประจําวัน
-เด็กได้เห็นความสําคัญของการรอคอย การรู้จักยอมรับใน
ความผิดพลาดของตนเอง
การนำไปประยุกต์ใช้
สามมารถนำความรู้ที่ได้รับนี้ไปใช้ทั้งในการเรียนและสามารถนำไปใช้ในการสอนในอนาคตได้อีกด้วยเพราะเนื้อหาต่างๆนี้เป็นเนื่อหาที่สำคัญที่สามารถนำมาบรูณาการหรือนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย

การประเมินตนเอง

ตนเอง      :      70%   เข้าใจเนื้อหา


 อาจารย์    :     100%  เข้าสอนตรงเวลา  สอนเนื้อหาเข้มข้นกระชับเข้าใจ


เพื่อน       :      100%  อธิบายความรู้ที่เรียนให้ฟังอย่าง  มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน